เหรียญพรายเทวฤทธิ์
เหรียญพรายเทวฤทธิ์
"เหรียญพรายเทวฤทธิ์" เปี่ยมไปด้วยทิพยอำนาจของมหาภูตและเหล่าเทวดา คอยดูแลรักษาอยู่ทุกกาลทุกแห่งหน ดังคำพังเพยที่ว่า “คนดีผีคุ้ม” พร้อมที่จะมอบพรประสิทธิฤทธิ์ ประสิทธิ์ความสุขสมหวังแก่ผู้บูชา ยินดีปรีดาช่วยเหลือเจ้าของในทุกเรื่องให้ไปถึงเป้าหมายที่หวังไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านโชคลาภค้าขาย ติดต่อเจรจา เสน่ห์เมตตา เสี่ยงโชค โภคทรัพย์ คุ้มครองป้องกัน เตือนภัยล่วงหน้า หรือตามแต่อธิษฐานแล ครบเครื่องครอบจักรวาล ไปสุดทุกทาง ไม่ต่างจากมี "พรายกระซิบ" ประจำตัว และที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่านั้น คือเหรียญพรายเทวฤทธิ์รุ่นนี้ ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนแก่นพลังงาน ปฏิกรณ์พราย ที่จะแผ่อานุภาพไปเสริมฤทธิ์เพิ่มกำลังแก่วัตถุมงคลสายพรายมหาภูตทุกรูปแบบให้เข้มขลังแรงกล้าสุดเขต โลกวิญญาณ
ด้วยประสบการณ์อันมากมายจากวัตถุมงคลผงพิเศษ "เราช่วยเขา เขาช่วยเรา" รุ่นแล้วรุ่นเล่า เป็นเครื่องการันตีว่าพรายมหาภูตวัดชินนั้นไม่เป็นสองรองใคร ผู้ใดบูชาด้วยความศรัทธา รักษาสัจจะคำพูด สิ่งที่ขอไว้ หากไม่เกินกรรม จะสำเร็จได้ไม่ยากเลย เคล็ดการบูชาที่สำคัญคือ ควรทำบุญอุทิศให้แก่เทพเทวดามหาภูตทั้งหลายที่สถิตรักษาเหรียญนี้เป็นประจำ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณที่ได้ช่วยเหลือก่อนมา หากทำได้ดังนี้รับรองว่า เหรียญพรายเทวฤทธิ์จะเป็นหนึ่งในสุดยอดของดี ของแรงในดวงใจของท่านอย่างแน่นอน
กล่าวได้เต็มปากเลยว่าผู้ใดมี "เหรียญพรายเทวฤทธิ์" ไว้บูชา ถือว่าเป็นผู้มีวาสนายิ่ง เพราะนอกจากอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงพ่อชำนาญท่านได้อัญเชิญดวงจิตของมหาภูตและเทพเทวดามารักษา พร้อมประจุยอดมนตรามหาอาคมเข้าไปสถิตในเหรียญ สำเร็จเป็นวัตถุมงคลที่เปี่ยมด้วยบุญฤทธิ์ ธรรมฤทธิ์ และเทวฤทธิ์อย่างเต็มกำลังแล้ว
เหรียญพรายเทวฤทธิ์ยังเป็นเครื่องเตือนใจคอยชี้แนะให้ผู้เป็นเจ้าของดำเนินชีวิตไปในทางที่เป็นกุศล ให้ผู้บูชาได้พึงระลึกเสมอ ถึงพุทธพจน์ที่กล่าวว่า "โย สุจริต จรติ ปาปา จ วิรโต โส กายสฺส เภทา ปร่ มรณา สุคติ เทวโลกํ อุปปชฺชติ" ผู้ประพฤติดี ละเว้นความชั่ว เมื่อละโลกแล้วย่อมไปสู่สุคติ คือเทวโลก เฉกเช่นองค์เทวดาสวมชฎาประดับทิพยอาภรณ์ที่หลวงพ่อชำนาญท่านได้นำมาประทับไว้ด้านหลังเหรียญนั้นเอง

"เหรียญพรายเทวฤทธิ์" นี้ถือเป็นปฐมบทแห่งการจัดสร้างวัตถุมงคลสายพรายพยันต์ ในรูปแบบเหรียญโลหะรุ่นแรกของวัดชินวราราม ด้วยศาสตร์และศิลป์ที่ต้องถูกบันทึกลงในหนึ่งหน้าตำนานวัตถุมงคลของหลวงพ่อชำนาญ แม้เหรียญนี้จะไม่มีส่วนผสมหรือมวลสารที่มาจากธาตุขันธ์ของมนุษย์ แต่ก็มีผัสสะรับรู้อารมณ์ความนึกคิดเจ้าของได้อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องด้วยหลวงพ่อชำนาญท่านได้ทำการอธิษฐานจิตเหรียญนี้ให้เป็นดั่ง "พรายพยันต์" ด้วยการปลูกรูปนาม ตั้งธาตุ4 ให้มีอาการ32 ประจุคุณวิชาตามตำราสายมอญไว้อย่างเข้มขลัง ด้วยศาสตร์เร้นลับในตำนานที่ถูกปิดบังซ่อนเร้นจนแทบจะสูญหายไปตามกาลเวลา
เนื่องด้วยวัตถุมงคลทุกรุ่นของท่านที่มีมวลสาร "ผงพิเศษ" หรือผงพรายมหาภูต ได้สร้างกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ศรัทธาอย่างท่วมท้น สะท้านสะเทือนเลือนลั่นปฐพีไปทั่วฟ้าเมืองไทย โด่งดังไปไกลหลายประเทศ จากประสบการณ์ด้านโชคลาภเงินทอง และความสำเร็จสมหวังสมปรารถนามากมายที่ผู้บูชาได้รับ เป็นเครื่องการันตีถึงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์
จึงทำให้วัตถุมงคลของหลวงพ่อชำนาญทุกรุ่นที่มีผงพิเศษประกอบเป็นมวลสาร มีมนต์ขลังดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศให้ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่วัดชินวรารามอย่างมืดฟ้ามัวดินในทุกครั้งที่ทางวัดมีการเปิดให้ร่วมทำบุญ ทำให้วัตถุมงคลทุกรุ่นหมดจากวัดในระยะอันรวดเร็ว ซึ่งก็มีหลายรุ่นเป็นที่เสาะแสวงหา และเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ผู้ศรัทธาอีกเป็นจำนวนมาก ถึงขั้นว่ามูลค่าเปลี่ยนมือกันแต่ละครั้ง ดีดสูงขึ้นไปหลายเท่าตัว
ดังนั้นหลวงพ่อชำนาญท่านจึงได้มีดำริจัดสร้าง "เหรียญพรายเทวฤทธิ์" นี้ขึ้นมาเป็นวัตถุมงคลให้ลูกศิษย์ลูกหาได้มีไว้บูชาเป็นที่พึ่งทางใจ ในราคาที่ทุกคนไขว่คว้าถึง อธิษฐานขอสิ่งใดไว้ จะสำเร็จเร็วไว ดุจภูตพรายที่เคลื่อนที่เร็วไวเหมือนลมกรด ดุจเทวดาที่เหาะเหินเดินอากาศเทียบเท่าแสงวาบฉับพลัน แค่พริบตาเดียวก็ถึงจุดหมายที่ต้องการยังไงยังงั้นแล

และอีกประการหนึ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างเหรียญพรายเทวฤทธิ์รุ่นนี้ ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ เป็นสิ่งระลึกแทนใจ ในการประกาศเกียรติคุณแก่เหล่าภูตพราย สรรเสริญทุกดวงจิตวิญญาณ และแสดงความขอบคุณแก่เจ้าของธาตุขันธ์ทั้งหลายที่สถิตรักษาอยู่ในวัตถุมงคลชุดผงพิเศษ (ผงพรายมหาภูต) ของหลวงพ่อชำนาญทุกรุ่นนั่นเอง เพราะพวกเขาได้ใช้บุญฤทธิ์ที่ตนเองมีสร้างคุณประโยชน์ ในการช่วยเหลือผู้บูชาให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบาก จากจนเป็นรวย จากแย่เป็นดี อธิษฐานขอกันได้สารพัดนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว
และเมื่อพิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น พวกเขาไม่ได้เพียงเกื้อกูลแต่เพียงเฉพาะผู้บูชาเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ร่วมอุปัฏฐากวัดวาพระศาสนา เปรียบได้กับมหาอุบาสก มหาอุบาสิกา ที่ได้ทำบุญใหญ่ จากการอุทิศธาตุขันธ์ของตนเองเป็นอามิสบูชาถวายแก่วัดชินวราราม
ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ปัจจัยที่ได้มาจากการให้เช่าบูชาวัตถุมงคลชุดผงพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพระขุนแผน, กุมารทอง และอื่นๆ นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อชำนาญ พระผู้เป็นนาบุญ ครูผู้มีแต่ให้ ได้นำไปต่อบุญต่อกุศล ทำสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์สืบไป อย่างที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติให้เห็นมาโดยตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงพยาบาลประจำตำบลบางขะแยง ปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดวาหลายๆ แห่ง สนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายให้โรงเรียนต่างๆ ที่ท่านอุปถัมภ์อยู่ ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ต้องการพึ่งใบบุญท่าน รวมไปถึงการฌาปนกิจศพผู้ไม่มีญาติ เพื่ออนุเคราะห์ผู้วายชนม์ โดยทางวัดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ดังนั้นเมื่อผู้ที่ได้บูชาเหรียญพรายเทวฤทธิ์ ได้ทราบถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจของหลวงพ่อชำนาญ ประกอบด้วยสติปัญญาพิจารณาตามอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นได้ว่าเหรียญนี้เป็นมากกว่าวัตถุมงคล สามารถใช้เจริญมรณานุสติ และอสุภกรรมฐาน เพื่อเตือนใจให้หมั่นทำความดี ได้ข้อคิดคติธรรมสำหรับการดำเนินชีวิตไปในทางที่เจริญและเป็นกุศล บังเกิดดวงตาเห็นธรรมเข้าถึงสัจธรรมแห่งไตรลักษณ์
อย่างที่ลูกศิษย์หลวงพ่อชำนาญท่านนึงที่ห้อยเหรียญนี้เคยกล่าวไว้ว่า "เกิดเป็นคนทั้งที ทำดีน้อยกว่าผี มันน่าอาย ขนาดผีไร้รูปกาย จับต้องไม่ได้ เงินทองติดตัวสักแดงเดียวก็ไม่มี ยังสร้างกรรมดี ร่วมบุญกับหลวงพ่อได้มากมาย ก่อนเราจะลมหาย อย่าได้สั่งสมบุญแพ้ผีเชียว"
ด้านหน้าเหรียญเป็นรูป "โครงกระดูกมนุษย์" (กำลังพรายมหาภูต) เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง แวดล้อมด้วยมหาอักขระมอญรามัญเต็มสูตร จัดอยู่ในพยันต์ภูตประเภทหนึ่ง ซึ่งมีตัวมีตนจากอำนาจเวทมนต์คาถา โดยการประจุอาคมของพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงเวทย์วิทยา ซึ่งหลวงพ่อชำนาญท่านได้สอดแทรกคติธรรมคำสอนและปริศนาธรรมในรูปโครงกระดูกนี้ให้วิญญูชนได้นำไปขบคิด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง
กล่าวคือ โครงกระดูกมนุษย์มีนัยยะสื่อถึงธาตุขันธ์และดวงจิตของผู้ว่ายชนม์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนไร้ญาติขาดมิตร ตอนมีลมก็ปราศจากคนเหลียวแล ตอนอยู่ก็ไม่มีคนนึกถึง ตายไปก็ไม่มีใครเรียกขาน ด้วยอภิญญาญาณของหลวงพ่อชำนาญ ทำให้ท่านเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ได้ยินในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ยิน ท่านจึงเกิดความเวทนาสงสารพวกเราเหล่านี้จับใจ

ท่านเล็งเห็นว่าตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่นั้น ก็มีอัตตภาพเวทนาที่ยากลำบาก เป็นผู้ด้อยวาสนา แม้จะแสวงหาแต่ก็ไม่มีใครเมตตาหยิบยื่นโอกาสให้ ด้วยเมตตาอันเป็นอัปปมัญญาของหลวงพ่อชำนาญ ที่ไม่ได้มีให้เฉพาะคนเป็น แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงคนตาย ท่านจึงมอบโอกาสครั้งใหม่ที่พวกเขาไม่เคยได้รับเมื่อตอนดำรงชีพอีกครั้ง เพื่อเสวยทิพยสุขอันจะหาสุขใดในโลกมาเปรียบเปรยได้ยาก
ด้วยการกล่าวเชิญมาร่วมอนุโมทนาบุญ ร่วมสร้างกุศลในพระพุทธศาสนาด้วยกัน หลวงพ่อชำนาญท่านได้อุทิศบุญบารมีที่ท่านสั่งสมมาให้พวกเขาได้จุติใหม่ในภพภูมิที่สูงยิ่งกว่า อุบัติเป็นเทวดาที่เปี่ยมด้วยฤทธา จนพวกเขาเก่งกล้าสร้างตำนานผงพิเศษ "เราช่วยเขา เขาช่วยเรา" ที่ลูกศิษย์หลวงพ่อชำนาญทุกคนทราบถึงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี
รูปโครงกระดูกนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมความจริงที่ว่า เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ไม่ว่าจะยากดีมีจน ร่ำรวยล้นฟ้าหรือแค้นคัดสน มีรูปร่างงดงามหรืออัปลักษณ์พิกอัมพฤกษ์พิกาล มีสุขมากมายหรือมีทุกข์ท่วมท้น เป็นที่รักของทุกผู้คน หรือเป็นที่เกลียดชังถูกติฉินนินทา ทุกคนล้วนแล้วแต่มีจุดหมายปลายทางไปในที่เดียวกัน เพราะเตียงสุดท้ายที่ทุกคนต้องนอนนั้น ก็คือ โลงขนาดเท่าตัวเอง
และเมื่อมรณะกาลมาถึง เมื่ออินทรีย์ย่อยสลาย เมื่อธาตุขันธ์ทลายสูญ คงเหลือไว้แต่เพียงโครงกระดูกขาวโพลนดุจผงปูน ไม่ถูกแบ่งแยกหรือตัดสินด้วยสิ่งสมมติอื่นใดอีกต่อไป บางคนคงคิดว่าทุกอย่างพลันจบสิ้นเหมือนไฟดับ แต่หลายคนกลับเชื่อว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่
ซึ่งพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ล้วนเชื่อสนิทใจอย่างไร้ข้อกังขาด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ว่าเบื้องหลังความตายไม่ได้จบอยู่แค่เปลวไฟและเถ้าถ่าน เพราะกำลังบุญและแรงบาปที่แต่ละคนทำสะสมไว้เมื่อมีลมหายใจ จะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภพภูมิที่แต่ละดวงจิตจะได้ไป หากว่าใครมีกรรมดีมาก ก็ย่อมได้จุติในสรวงสวรรค์เสวยสุขเป็นอนันต์ และในทางตรงกันข้ามกัน ผู้ทำกรรมชั่วมหาศาล ก็จักได้อุบัติในนรกโลกันต์ ต้องทุกข์ทรมานเหลือคณา

ส่วนด้านหลังเป็นรูป "เทวดาอารักษ์" (อำนาจฤทธิ์เทวดา) เปี่ยมไปด้วยเดชเทวานุภาพ มีมหาอักขระยันต์มอญรายล้อมดุจรัศมีของทวยเทพ มีนัยยะสื่อถึงดวงจิตของเทวดาทั่วสากลโลกที่หลวงพ่อชำนาญท่านได้ทำพิธีชุมนุมเทวดา อัญเชิญเหล่าผู้สถิตในสวรรค์มาสถิตรักษาไว้ในเหรียญนี้ และยังสื่อถึงภูตพรายทั้งหลายที่ได้เปลี่ยนภพภูมิเลื่อนขั้นไปเป็นเทวดา ด้วยบุญบารมีที่หลวงพ่อชำนาญท่านอุทิศให้ ประกอบกับแรงบุญกุศลที่ภูตพรายได้จากการร่วมสร้างบารมีกับผู้เป็นเจ้าของ เหมือนเหรียญพรายเทวฤทธิ์ที่ถูกพลิกกลับด้าน จากโครงกระดูกมนุษย์ แปรเป็นกายทิพย์เทวดา
และถ้าสังเกตดูดีๆจะเห็นว่ารูปเทวดานี้ มีเอกลักษณ์พิเศษอยู่อย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือมือทั้งสองข้างกำลังปิดบังดวงตาไว้ บ่งบอกถึงพุทธคุณในการปิดเคราะห์ ปิดโศก ปิดโรค ปิดภัย ปิดประตูจน ปัดป้องทุกข์เข็ญ ปราบเรื่องวุ่นวาย ปิดกั้นสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ให้พ้นไกลไปจากสายตา ไม่ให้มากร้ำกรายแก่ผู้บูชา ทั้งยังเป็น "ปฏิมาธรรม" สอนใจในเรื่อง "วิถีแห่งการทำความดี" ที่แยบคายไม่เบา
นั่นคือการทำบุญหรือทำความดีที่ส่งผลให้ผู้ทำสบายใจนั้น อาจเปรียบเปรยได้กับ "คนตาบอด" หมายความว่า เมื่อเราตัดสินใจที่จะทำบุญหรือทำความดีในเรื่องใดก็ตาม หากการทำความดีนั้น ไม่เบียดเบียนตนเอง ให้ทำไปโดยไม่ต้องหวังสิ่งใดตอบแทน ไม่ต้องรับรู้ว่าจะได้อะไรกลับมา ไม่ต้องสนใจว่าใครจะเห็นหรือไม่เห็น ไม่ต้องขบคิดว่าจะมีคนชื่นชมหรือไม่มีคนชมเชย ให้ทำเหมือนหว่านเมล็ดพืชลงดิน ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงเปรียบไว้ว่า "กรรมดีเปรียบเหมือนเมล็ดพืช เมื่อหว่านลงในดินดี แม้ผู้หว่านจะไม่ยืนรอผล แต่เมื่อถึงเวลา ผลย่อมงอกงามเอง"
ซึ่งคติธรรมข้อนี้ หลวงพ่อชำนาญก็มักบอกสอนให้ลูกศิษย์ท่านฟังอยู่เสมอ อันมีใจความดังนี้ "คนทำดีสร้างภาพมักไม่ได้อย่างใจหวัง คนทำจริงไม่มีภาพมักจะได้มาโดยไม่คาดหวัง เพราะสิ่งที่หวังก่อนทำอาจไม่ได้ สิ่งที่ได้หลังทำอาจเกินคาด ทำดีอย่ากลัวไม่มีใครเห็น ทำชั่วอย่าคิดว่าไม่มีใครรู้"








